หายไปนานเลยค่ะ...เพราะงานยุ่งมากๆๆๆๆ เลย และพอดีกับช่วงสอบวัดระดับภาษา

ญี่ปุ่นในบริษัทฯด้วย.. ข้อสอบเหรอคะ..ได้ทำค่ะ แบบว่ายากมากๆๆ ที่บริษัทฯ จะแบ่ง

การสอบออกเป็นระดับ A , B , C, D และ E ค่ะ

ถ้าสอบได้..ก้อจะได้รับเงินค่าภาษาทุกเดือน ตั้งแต่ 400 - 10,000 บาท ค่ะ ....

บริษัทฯ ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นติดต่องานเยอะ..ถึงเยอะมาก..

และมีพนักงานที่เป็นคนญี่ปุ่น ประมาณ 40 กว่าคน.....

ช่วงแรกก้อรับเอกญี่ปุ่นเข้ามาแบบเยอะมากๆๆ แล้วก้อสลับกันไปดูงาน(เรียนภาษา)

ที่ประเทศญี่ปุ่น...คนละ 6 เดือน ถึง 1 ปี

ทีนี้...ด้วยว่าบริษัทฯไม่ได้อยู่ในเขตอุตสาหกรรม..เงินเดือนก้อแบบว่าไม่แพงอ่ะค่ะ...

เด็กที่ไปเรียนภาษากลับมา เมื่อหมดสัญญาก้อลาออกไปอัพเงินเดือนที่อื่นกันหมด..

เป็นอย่างนี้ตลอด

(ประมาณว่าเด็กใหม่ๆ จะมีระดับความ จงรักภักดีต่อบริษัทน้อย เห็นเค้าว่ากันยังงั้น)

บริษัทฯ ก้อเลยปรับแผนใหม่ค่ะ..ทีนี้ส่งพนักงานที่เห็นว่าตั้งใจทำงาน..

และเป็นคนจังหวัดนี้ ซึ่งเปอร์เซนต์ ที่จะลาออกมีน้อย..ไปเรียนภาษา..

เพื่อกลับมาช่วยบริษัทฯ ทำงาน...

แต่สรุปแล้วก้อเหมือนเดิมค่ะ..คือเมื่อหมด สัญญา..ก้อลาออกเหมือนเดิม

ในความคิดนะคะ..บริษัทฯ ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุค่ะ...เพราะสาเหตุที่เด็กออกกันก้อคือ

เรื่องเดียว..เงินเดือน..งัย

แต่ระยะหลังมานี้..บริษัทก้อคิดกลยุทธ์ในการรักษาจำนวนพนักงานที่ได้ภาษาญี่ปุ่นเอา

ไว้โดยการสอบวัดระดับ ซึ่งประมาณว่า..เพิ่มเงินให้ก้อได้นะ..แต่คุณต้องใช้ความ

สามารถด้วย..ประมาณนั้น เพราะบางคนได้ไปเรียนแล้วพอกลับมา

ไม่ค่อยได้ใช้ก้อจะลืม..บางคนสื่อสารได้.. แต่ในทางทฤษฎีทำไม่ได้

แล้วข้อสอบนะคะ...ขอบอก..ยากมากๆๆๆๆ เลยค่ะ เพราะเป็นข้อสอบที่ออกโดยเซนเซย์

ที่อยู่บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น  เซนเซย์จะเลือกมาจากข้อสอบโนเรียวคุแบบหลายๆๆ ปีเอามา

ผสมกัน...ส่วนตรงเนื้อเรื่องถ้าเป็นปีที่เฮี้ยนๆ จะชอบเอาของ นิฮองโกะแจนเนอรอล..ค่ะ

ยกตัวอย่างข้อสอบปีนี้ที่เจอมากับตัวเองเลยนะคะ

คือปีนี้สอบระดับ B ค่ะ ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือข้อสอบไวยากรณ์ ที่มี 3 ภาค

เหมือน โนเรียวคุค่ะ คือ คำศัพท์, ไวยากรณ์ แล้วก้อ เนื้อเรื่อง(ไม่มีข้อสอบฟัง..ค่ะ)

แต่ที่ เพิ่มเข้ามา ก้อคือ..โคโตวาซะ(สำนวนสุภาษิต)

ต้องยกตัวอย่าง 3 ประโยค พร้อมอธิบายความหมายเป็นภาษาญี่ปุ่น..

แต่ทุกระดับ..จะมีการสอบเขียนคันจิ ซึ่งเป็นศัพท์เซนมงของแต่ละแผนก..

แล้วแผนกเรา เป็นแผนกที่เกี่ยวกับการ ออกแบบผลิตภัณฑ์..

รวมแล้วก้อมีประมาณ 300 กว่าตัว...

แล้วเวลาสอบเค้าจะคัดออกมาแค่ 60 ตัว แบ่งออกเป็น

โยมิคาตา 30 และ คาคิคาตา 30 ตัว ก้อคือต้องเขียนให้ได้ทุกตัว..

ไม่สามารถเลือก ท่องเฉพาะได้

เพราะไม่รู้จะออกตัวใหนบ้าง...แล้วยังแบ่งออกมาอีก 10 ตัว

สำหรับอธิบายความหมาย เป็นภาษาญี่ปุ่น 5 ตัว

และอีก 5 ตัว สำหรับการแต่งประโยค ...

แล้วไอ้ตอนที่เราทำข้อสอบเนี่ย...ตรงเนื้อเรื่องแบบว่า..อ่านพอจับใจความได้

แต่พอมาอ่านคำถามแล้ว..คำตอบทั้ง 5 ข้อ เข้าข่ายหมด

(ประมาณว่าอ่านแล้วต้องวิเคราะห์)

เรานะ..มั่วไปหมดเลย ทั้ง 5 ข้ออ่ะ..เสร็จแล้วเราก้อกลับบ้าน

มารื้อเอกสาร-ข้อสอบ โนเรียวคุ 2 คิว ทั้งหมดที่มีอยู่ ตั้งแต่ปี 1990-2008 น่ะ..

แบบว่าแคลงใจ..แล้วก้อสงสัย

ด้วยว่าเซนเซย์..เอาปีใหนมาออกฟะ....แล้วสรุปว่าไม่มีเนื้อเรื่องนี้เลย

เราก้องงแดกเลย...ก้อเลยไปปรึกษาเพื่อนๆ ที่บริษัท...

และคาดว่าเนื้อเรื่องนี้ต้องเอามาจากแจนเนอรอล แน่ๆ

เพราะถ้าเป็นของนิฮงโกะแจนเนอรอลของ 2 คิว

เค้าต้องเอาไว้ออกเป็นข้อสอบโนเรียวคุของ 1 คิว แล้วอ่ะ.....

แบบว่า..สงสารตัวเองเลยอ่ะ..อะไรเนี่ย..คล้ายๆ กับโดนหักหลังอย่างแรง

ภายในอาทิตย์นี้เราจะรู้ผลสอบแล้วล่ะ...

ถ้าผ่าน..ก้อต้องเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์อีก....เฮ้อออออ

แต่ถ้าไม่ผ่าน..ก้อสอบใหม่ปีหน้า ค่ะ สู้สู้

วันนี้วันหยุดค่ะ..อยู่บ้านคนเดียวเราก้อเลยทำสปาเกตตี้หน้าตาแปลกๆ กินคนเดียว

(เพราะคนอื่นคงไม่กล้ากิน)

บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ..แล้วก้อไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อสปาเกตตี้จานนั้นว่าอะไรดี..

ก้อเราเอาของเท่าที่มีอยู่ในตู้เย็นมาทำอ่ะคะ..แถมยังทุบพริกขี้หนูใส่ลงไปด้วย..

จะผัดกระเพราก้อไม่เชิงอ่ะ.. แต่อร่อยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

เหมือนผมเลย ชอบฟิวชั่นของในตู้เย็น แต่ออกมาหมาไม่ดมนะครับconfused smile

#8 By fuckmylife on 2009-04-09 13:17

มาเล่นสาดน้ำจ้ะ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#7 By PunPrai on 2009-04-06 22:07

คุณกิ๊กพูดถูกแล้วค่ะ
รุ่นปรางนี่แหละ...เจอสัญญาไป 6 ปีเลย
รู้สึกว่าสัญญาจะอัพมาตั้งแต่ 2 ปี เป็น 4 ปี
แล้วก้อ 6 ปี นี่ตั้งแต่ปี 2006
ถ้าลาออกก่อนต้องชดใช้เงิน 500,000 บาทsad smile

#6 By prang2626 on 2009-04-06 22:02

เขาน่าจะทำสัญญายาวๆนะคะ สัก5ปีอัพ
ของกิ๊กบริษัทเก่าสมัยเพิ่งเรียนจบทำงานที่แรกเป็นอย่างนั้นเลยแบบที่เล่าให้ฟัง
แต่บริษัทที่เพิ่งออกมาก่อนมาญี่ปุ่นนี่จะดีส่งไปกลับมาแล้วไม่มีใครลาออกสักคน คิดว่าน่าจะเป็นที่เอาคนที่อยู่มานานสักพักหลายๆปีมีผลงานดีๆไปและมีสัญญาว่ากลับมาเป็นผู้บริหารเงินเดือนอัพแล้วอนาคตรุ่งเรือง
ส่วนคนที่เป็นล่ามแปล ก็ผู้บริหารแหละค่ะ ^^; ล่ามเป็นตัวเสริมคอยช่วยพี่เขานิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

#5 By saori_gig on 2009-04-06 20:56

saori_gig>>ก่อนที่จะส่งระดับพนักงานไป ก้อส่งระดับผู้บริหารไปก่อนหมดครบทุกคนแล้วค่ะ แต่ระดับพนักงานเงินเดือนน้อย ก้อเลยต้องออกไปอัพเงินเดือน ตอนนี้เหลือแต่ระดับผู้บริหารค่ะ แล้วล่ามญี่ปุ่นที่จบมาโดยตรง ก้อไม่มีเหลือแล้ว ตอนนี้มีแต่ตัวสำรองอย่างเรา(มีอยู่ประมาณ 200 กว่าคน)ส่วนใหญ่ตอนประชุมผู้บริหารจะสื่อสารกันเองได้ไม่ต้องใช้ล่าม ยกเว้นกรณีติดต่องานราชการ ทุกวันนี้จะหนักแปลเอกสาร(กองท่วมหัว)sad smile

#4 By prang2626 on 2009-04-06 20:12

วาตาชิ วา กา รา งง
confused smile confused smile

#3 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-04-06 15:47

บริษัทเก่าเราเขาไม่ส่งล่ามไปเรียนที่ญี่ปุ่น เพราะสาเหตุพอส่งไปล่าม กลับมาก็ลาออกกันหมด
พอล่ามรู้ว่าไม่มีส่งไปญี่ปุ่น ล่ามก็เลยรวมหัวลาออกพร้อมกันทีเดียวหลายคน(บางทีหมดบริษัท)ไปเลย ทำให้โรงงานต้องstop lineหยุดผลิต

ทีนี้เขาก็เปลี่ยนไปส่งผู้บริหารไปเรียนญี่ปุ่นเป็นปี พอผู้บริหารกลับมาก็มาแปลหักหน้าล่ามเพื่อข่มว่าเก่งกว่า
ล่ามก็เลยดัดหลังด้วยการไม่แปลปล่อยให้ผู้บริหารที่อยากแย่งล่ามแปล แปลต่อไป
ล่ามคนไหนไม่ไหวก็ลาออก คนไหนติดว่ามีลูกเมียหรือพ่อแม่ต้องเลี้ยงดูที่จังหวัดนั้นก็อยู่ทนกันไป

#2 By saori_gig on 2009-04-06 15:37

เป็นระบบ มาตรฐานดีนะคะ ดีจังconfused smile

#1 By Pat's Song on 2009-04-06 13:26