แค่คิด..ก้อผิดแล้ว..

posted on 13 Apr 2009 09:03 by prang2626 in diary

เป็นวันหยุดที่รู้สึกเหงามากๆๆๆ เลยค่ะ แต่ก้อไม่รู้จะทำยังไงดี เหมือนๆ กับว่า ไปไม่ถูก คิดไม่ออก เฮ้อออออ..ทำไมนะ..เมื่อไหร่ๆๆๆๆๆ ช่างมันเถอะขี้เกียจคิดแล้ว เดี๋ยววันที่เตี่ยกับแม่อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา เราก้อรดน้ำขอพรเหมือนปีก่อนๆๆ ดีกว่า แล้วก่อนบริษัทจะเปิดงาน ไปเดินเที่ยวที่ศรีราชา ใกล้ๆ บ้านก้อแล้วกัน...

ป่านนี้คนญี่ปุ่นที่บริษัท คงจะกลับถึงบ้านกันหมดทุกคนแล้ว..ดูดิน่าสงสารเนอะ..ปีนึงได้เจอหน้าครอบครัวประมาณปีละ 2-3 ครั้งเอง..ถ้าเป็นเราคงคิดถึงแฟน..+555

เวลามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น เช่น แปลเมล์ แล้วรู้สึกเนื้อหากำกวมไม่ฟันธง เราก้อจะไปถามเค้า ว่าหมายถึงแบบนี้ๆ ใช่มั้ย เค้าเป็นคนใจดีมากๆๆๆๆ เลยค่ะ เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นดีค่ะ(อิอิอิ)  เราเพิ่งจะรู้จักเค้าได้ 2 ปีเอง แต่เค้าทำงานอยู่ที่บริษัทนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว เมื่อก่อนเราก้อเคยเห็นเค้าแว๊บไปแว๊บมา(ไม่ใช่ผี..) แต่เป็นเพราะไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องติดต่องานกัน ก้อเลยไม่ได้สนใจอะไร แต่พอได้รู้จักและติดต่อพูดคุยกัน.. ก้อชอบค่ะ ก่อนเค้าจะกลับญี่ปุ่น เราซื้อของฝากสำหรับครอบครัวเค้ามาหลายครั้งแล้ว คือเค้าจะกลับบ้านช่วงวันปีใหม่ และวันหยุดสงกรานต์ น่ะ..

เค้าจะนั่งอยู่หัวโต๊ะ แต่จะเยื้องๆ ไปข้างหน้าหน่อย ก้อประมาณว่า..เวลาเรานั่งทำงานนะ..ไม่ต้องมองไปทางเค้า.ก้อเห็นเค้าตลอด(โลเกชั่น ดีมั่กๆๆๆ) แต่ว่าไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ..แค่คนๆ นึง ที่เรารู้สึกดีๆ และปลื้ม(เหมือนปลื้มดารา นักร้อง ทั่วไป) เพราะรู้ดีค่ะ..ว่าหากมากกว่านี้..ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด(ด้วยเหตุผล หลายๆ อย่าง) สู้เก็บไว้ในใจ ให้ได้รู้สึกดีๆๆๆ แบบนี้ดีกว่าค่ะ...

เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา..เค้ามีของมาฝากเราชิ้นนึง..รู้สึกดีใจมากๆๆๆๆ เลยค่ะ(เพราะปกติจะเป็นขนม,ช็อคโกแลต) มันคือ ซีดีเพลงของญี่ปุ่นค่ะ..ตอนให้เค้าไม่ได้พูดอะไรมาก(ตามสไตล์ของเค้า) แค่บอกว่า อะเงรุ พอเรากล่าวขอบคุณแล้วรับมา เค้าก็พูดว่าเป็นซีดีที่ขึ้นชาจร์ของญี่ปุ่นในปี 2008 (ประมาณว่าการันตีความนิยม) เป็นซีดีของ EXILE BALLAD BEST ค่ะ ดีใจมากๆๆๆ เลยค่ะ

คงเป็นเพราะเราเองก้อไม่มีใคร พอมาเจอแบบอ่อนโยน+ใจดีแบบนี้ ก้อเลยหวั่นไหว ค่ะ เวลาไปทำงานรู้สึกมีความสุขค่ะ ที่ได้เห็นเค้าทุกวันๆๆ เค้าเป็นแรงดึงดูดในการมาทำงานที่ดีมากๆๆ เลยค่ะ(อิอิอิ) แต่เนื่องจากสายงานไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันโดยตรง ก้อเลยไม่มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันเท่าไหร่นัก(ได้แต่แอบมอง ค่ะ) บางที เป็นเดือนๆ ไม่เคยคุยกันเลยก็มี

ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเก็บความประทับใจนี้ เอาไว้ในใจเท่านั้นค่ะ...ให้มันเป็นความรู้สึกดีๆๆ ที่มีให้ใครคนนึงเท่านั้น..ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะผิดมั้ยเพราะเค้ามีครอบครัวแล้ว อีกทั้งกิ๊กคนไทยก้อมี คงไม่ผิดหรอกมั้ง ก้อแค่รู้สึกอย่างเดียวนี่นา...เฮ้อออ(จะโดนประณามหยามเหยียด มั้ยเนี่ยยย)

เห็นใครๆๆ เค้าก้อพูดกันว่า เวลาที่เรารักใคร..เราจะคิดแต่เรื่องของเค้าคนนั้น..การได้แอบรัก มันเป็นความสุขอย่างนึง..ได้คิดเพ้อฝันไปเองฝ่ายเดียว อยู่ในโลก ของความฝันที่มีความสุข...แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่สามารถบังคับใจตัวเองไม่ให้คิด ไม่ได้...แต่เราก้อรู้ตอนจบของเรื่องดี ค่ะ...

อาจจะจบแบบ เราเจอตัวจริงที่เป็นคนที่ใช่สำหรับเรา หรือไม่ก้อ เค้าหมดสัญญาแล้วกลับประเทศเค้าไป..ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีใหน..ก้อคงต้องเกิดขึ้นสักวัน....

แต่ตอนนี้..ขอมีความสุขแบบฝันกลางวัน(ลมๆแล้งๆ) ไปก่อนก้อแล้วกัน นี่แหละ..ตัวชั้น ณ ตอนนี้

Comment

Comment:

Tweet

จริงๆแล้วกิ๊กเป็นพวกพยายามมากเกินไป พยายามแม้กระทั่งไปเปลี่ยนดวง แล้วก็เปลี่ยนได้จริงๆซะด้วย เพราะมันอยู่ที่ดวงจริงๆ ดวงไม่ดีก็เปลี่ยนให้เป็นดวงดี หลังจากนั้นก็ทำบุญเยอะๆค่ะ ไม่มีอะไรเหนือกว่าความพยายามนะคะ ถ้าพยายาม สักวันต้องเจอคนที่ดีแน่นอนค่ะ สู้ๆbig smile

#5 By saori_gig on 2009-04-18 23:35

คุณกิ๊ก...อือออ!!!คิดเหมือนกันเลยค่ะ ผู้ชายไทยไร้สาระ แล้วผู้ชายแบบที่คุณกิ๊กชอบน่ะ..เป็นสเปคส่วนใหญ่ที่ผู้หญิงอยากได้เลยยยย...แต่หายากมากๆๆๆๆ เลย (ไม่รู้จะไปหาที่ใหน..)เวลาที่ได้อยู่กับคนดีๆๆ คงรู้สึกมีความสุขมากมายเลยใช่มั้ยยย...ของแบบนี้บางทีก้ออยู่ที่ดวงเหมือนกัน..แล้วแต่ว่าเป็นคู่กันมาหรือเปล่า..ถ้าเค้าเป็นของเรา..ต่อให้ไกลกันแค่ใหน..เค้าก้อหาเราจนเจอ..เนอะ(เหมือนคุณกิ๊กน่ะ..อยู่คนละประเทศ ยังมาเจอและรักกันได้เลย..อิจฉาค่ะquestion

#4 By prang2626 on 2009-04-15 14:54

ตอนอยู่ต่างจังหวัดหาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ ก็เคยคบกับคนไทย แล้วโดนพูดใส่ว่า เมื่อไหร่จะเลิกพูดเรื่องญี่ปุ่นสักที ก็เลิกคบกับมันไปเลย รู้สึกว่าไม่ใช่ชีวิตเรา
เราว่าผู้ชายไทย(ส่วนใหญ่ไม่ใช่ทุกคน)จะพูดจาและทำตัวไร้สาระไปหน่อย ผู้ชายญี่ปุ่นบางคนแย่ๆก็มีเหมือนกันเคยเจอ
เราชอบคนตั้งใจทำงาน ฉลาด เป็นผู้นำ แต่งตัวสุภาพ สะอาด ใจเย็น
เราว่าที่พูดมานี่หาไม่ค่อยเจอในผู้ชายไทยเลย
สามีเราฉลาดเกินระเบียบมากจนบางครั้งบ่นว่าภรรยาตัวเองAho(โง่)บ่อยๆ แต่ก็รู้เขาพูดเล่นแต่ก็รีบไปเรียนไม่งั้นจะทำเรื่องเป๋อให้เขาคอยตามแก้ปัญหาให้บ่อยมากๆsad smile

#3 By saori_gig on 2009-04-15 12:15

คุณกิ๊ก...ที่บริษัทของปรางก้อคงจะประมาณนั้นอ่ะค่ะ..คือคนที่มาประจำส่วนใหญ่จะ 40 ปลายๆ 50 ต้นๆ ซึ่งก้อคือคนที่มีครอบครัวแล้ว ถึงปรางจะไม่มีเพื่อนที่สนิทเป็นคนญี่ปุ่น หรือมีกิ๊กชาวญี่ปุ่นเลย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร..ปรางถึงชอบความคิดของคนญี่ปุ่นค่ะ รู้สึกได้เลยว่าเค้าแตกต่างจากผู้ชายไทยมากๆๆๆ (อาจจะเป็นความรู้สึกส่วนตัวของเรา)ชอบอ่านจากหนังสือศึกษาลักษณะและความคิดต่างๆ ของคนประเทศนี้ เฮ้อออ..ชอบแบบที่อธิบายไม่ถูกหรือมันจะเป็นเพราะพรหมลิขิต ตั้งแต่ได้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นมา 1 ปี ความคิดเปลี่ยนไป แต่เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันก้อไม่เห็นเค้าจะรู้สึกเหมือนเรา ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้ประทับใจประเทศนี้และผู้คนของเค้าได้มากมายนัก ยังเคยคิดเล่นๆ ว่าถ้าเรามีแฟนเป็นคนไทย แต่วันๆ ฟังแต่เพลงญี่ปุ่น อ่านภาษาญี่ปุ่น พูดหรือคุยแต่เรื่องของญี่ปุ่น แล้วแฟนเราจะรับได้มั้ยนะ (อิอิอิ)ไม่แน่เนอะ ครึ่งนึงของชีวิตของเรา เค้าคนนั้นอาจจะไม่ได้เกิดอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย บางทีเค้าก้ออาจจะกำลังตามหาเราอยู่เหมือนกัน(ขนาดแค่คิด..หัวใจยังพองโต..อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ค่ะ)cry cry cry

#2 By prang2626 on 2009-04-15 08:18

ที่กรุงเทพ มีญี่ปุ่นหล่อๆโสดๆดีๆเยอะแยะเลยค่ะ (ในบริษัทนี่นับไม่ถ้วนเป็นสิบคน)
พอมาญี่ปุ่นนี่ได้แต่สงสารเพราะมีเยอะมากกกกกกกกกก หล่อ นิสัยดี มีตังค์ และโสด
ไม่ยุติธรรมเลยที่บางบริษัทมีกฎส่งแต่คนที่แต่งงานมีลูกแล้วไปประจำที่ประเทศไทย เพราะไม่อยากให้มีกรณีชู้สาวเกิดขึ้นในบริษัท (ลาออกมาแล้วหละ เพราะทำงานไปเซ็งไป )
ผิดกับบริษัทที่อยู่ก่อนจะมาญี่ปุ่น สนับสนุนให้คนโสดไปไทยมากๆ งานเลี้ยงต้อนรับขึ้นไปพูดบนเวทีเลยว่าผมโสดครับ เพราะว่าที่ญี่ปุ่น ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเขาอยากเห็นพนักงานมีความสุขsad smile แล้วอยากให้เรือล่มในหนอง แต่งกันในบริษัทแล้วจะได้อยู่ที่บริษัทต่อไปไม่ลาออกไปไหน
มาเป็นครอบครัวฮอนด้าด้วยกันมั้ยคะquestion

#1 By saori_gig on 2009-04-14 21:23