วันนี้ตื่นแต่เช้าเท่ากับวันที่ต้องไปทำงานเลย แต่ก้อยังสายกว่าแม่อยู่ดี วันนี้บอกกับแม่เอาไว้ว่าจะตื่นมาช่วยทำกับข้าวไปทำบุญที่วัด ตื่นมาแม่ทำเสร็จหมดแล้ว (สงสัยเราจะกะเวลาผิดไป..) ก้อเลยอาบน้ำแล้วก้อนั่งกินน้ำเต้าหู้+ปลาท่องโก๋(ของโปรดเลยค่ะ) ประมาณ 7 โมงครึ่งพร้อมออกเดินทางโดย มิโอจัง(ชื่อมอ'ไซค์)ไปกับแม่ 2 คน....

วันนี้คนมาทำบุญที่วัดบางตา คงเพราะเป็นช่วงวันหยุด หลายๆ ครอบครัวจึงไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน พอถึงวัด ก้อเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ เสร็จแล้วซื้อผ้าเพื่อถวายบังสุกุล และเตรียมอาหารกับขนม+ผลไม้จัดใส่จาน แล้วก้อนั่งคุยกับแม่ ดูเด็กเล็กๆ ที่เดินมาทำบุญกับพ่อแม่(น่ารักดี) บางคนแต่งตัวให้ลูกเข้าบรรยากาศมากกกก เพราะนุ่งโจงกระเบนมาด้วย(น่ารักกกก)

ประมาณ 8โมงครึ่งพระก้อเริ่มสวดมนต์และเทศน์ธรรมะให้ฟัง เสร็จแล้วก้อถึงช่วงประเคนอาหาร พอพระฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก้อกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้น้องชายและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายรวมทั้งขอให้ประเทศชาติสงบสุขเสียที เสร็จแล้วก้อกลับบ้าน ระหว่างทางมีเด็กเล็กๆ มาคอยสาดน้ำอยู่ตามข้างทาง (เปียกแน่ๆ )

กลับมาถึงบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก้อนอนดูทีวีกับแม่ วันนี้ม็อบเสื้อแดงยอมยุติการชุมนุมแล้ว ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆๆๆๆ ไม่อยากให้คนไทยทะเลาะกันเอง ไม่อยากเห็นอะไรแบบนี้เลย(จริงๆๆๆ) เห็นคนชุมนุมที่เป็นผู้หญิงและคนมีอายุร้องไห้แล้วสงสารค่ะ...(ไม่น่าไปหลงเชื่อ..เป็นเครื่องมือของคนชั่วเลย) สงสารรถเมล์หลายคันที่โดนเผา (น่าสงสารจริงๆๆๆ ค่ะ) เห็นภาพที่ออกข่าวติดต่อกันหลายๆ วันแบบนี้ ดูเมื่อไหร่ก้อสะเทือนใจ (เมื่อไหร่...ประเทศไทยจะมีแต่สันติสุขสักที)

ช่วงบ่ายอากาศร้อนมากๆๆๆ เลยค่ะ(จะละลายมั้ยเนี่ยยย..) แล้วที่บ้านก้อมีแต่พัดลม ความจริงช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้ ตั้งใจจะติดแอร์ค่ะ เพราะคิดว่าน่าจะได้ปรับเงินเดือน+ค่าภาษาที่สอบไปเมื่อต้นเดือน แต่ปรากฎว่าผลสอบไม่ผ่านได้แค่ 51%(ตัดตามมาตรฐาน 60%) แต่สอบเซนมงคันจิ(โยมิคาตา+คาคิคาตา) เราได้ตั้ง 96% เป็นคะแนนสูงสุดของปีนี้เลย แต่ไม่มีผลกับการปรับค่าภาษา เพราะต้องผ่านทั้ง 2 อย่าง ก้อเลยแห้วรับประทาน แล้วปีนี้บริษัทประกาศไม่มีการปรับฐานเงินเดือนประจำปีอีก เฮ้ออออ....เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวสักทีนะ..รู้มั้ยว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา..ลำบากมากแค่ใหน สรุปคือ เมื่อรายรับเท่าเดิม จึงไม่สามารถทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นได้ ก้อเลยยังติดแอร์ไม่ได้ค่ะ

วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสรงน้ำพระ ปีนี้ก้อคงต้องทำกับแม่ 2 คน เพราะเตี่ยต้องไปทำงานทุกวัน(น่าสงสาร..ไม่มีวันหยุด) เฮ้อออ..อากาศร้อนจัง ปวดหัววววว

ถ้าตอนเย็นอากาศดีขึ้น..ตั้งใจจะดูหนังสือสักหน่อย..ครั้งนี้ไม่ได้แล้ว ต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ กว่าจะถึงสิ้นปี น่าจะดูได้หลายเล่ม (ทำไม 2 คิว ยากจัง...) ถ้าสอบของที่กทม. ได้ปีหน้าเราก้อคงสอบของบริษัทได้ด้วย (ขอให้ได้ด้วยเถิดดดด...อยากได้ตังค์อ่ะ..) เมื่อคืนดูข้อสอบเก่าๆ ไปหลายปีแล้วเหมือนกัน แต่ตรงคำศัพท์+เนื้อเรื่อง มีคำที่ไม่รู้ความหมายเพียบบบบ..เลย จริงๆ แล้วหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ในห้องมีเยอะมากกกก..มีทั้งหนังสือการ์ตูน นิยาย นิตยสาร(เป็นของญี่ปุ่นที่บริษัท) ซึ่งอ่านจบแล้วก้อจะทิ้งไว้ที่หอพักในบริษัท เราก้อเลยไปติดต่อแม่บ้านเอาไว้ ให้เค้าเก็บไว้ให้(แม่บ้าน..ใจดีมากๆๆ ค่ะ) ส่วนหนังสือเรียนก้อมีทั้งที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นและซื้อที่ไทย รวมทั้งที่โหลดมาจากเน็ต แต่เป็นคนที่ชอบอ่านผ่านๆ มากกว่า ไม่ค่อยอ่านแบบจริงจัง ซึ่งการเรียนภาษาต่างกับการเรียนแบบทั่วไปที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่เด็ก ที่ไม่ต้องอ่านหนังสือก่อนสอบก้อสามารถผ่านได้เนื่องจากหากตั้งใจเรียนในชั่วโมงแล้ว จะสามารถเข้าใจและจดจำได้ แต่ภาษาญี่ปุ่นต้องดูแบบฝึกหัดแล้วก้อต้องลองทำ ลองอ่าน ลองเขียน มากๆๆๆๆๆ เพื่อให้เข้าใจและจดจำได้...จะตั้งใจค่ะ..สู้สู้

อยากอ่านหนังสือภาษาญี่ปุ่นแล้ว..เข้าใจค่ะ..พอเปิดดูแล้วมีเยอะมากเลยที่ไม่รู้ความหมายของคันจิ..อยากฟังคนญี่ปุ่นพูดแล้วเข้าใจ..อยากทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นให้ได้..เพราะหมายถึงเงินเดือนที่จะมากตามไปด้วย..

Comment

Comment:

Tweet